Main Menu
หน้าแรก
ข้อมูลอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ภาษาอาเซียนน่ารู้
ความสัมพันธ์ ไทย - อาเซียน
เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน
ระบบการศึกษาสมาชิกอาเซียน

สถานทูต

ASEAN Discovery
ข่าวสารอาเซียน
เว็บไซด์กระทรวงศึกษาธิการ
เว็บไซด์อาเซียน (ASEANSEC)
ติดต่อคณะผู้จัดทำ

 

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซด์
 

 

 

 

 

 

เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี พ.ศ. 2558

 

"One  Vision, One  Identity, One Community"
หนึ่งวิสัยทัศน์  หนึ่งเอกลักษณ์  หนึ่งประชาคม

 

ประวัติความเป็นมา
อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of
South East Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดย
ปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) ซึ่งได้มีการลงนามที่วังสราญรมย์
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมาชิก
ก่อตั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย
ซึ่งผู้แทนทั้ง 5 ประเทศ ประกอบด้วยนายอาดัม มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย)
ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี-
รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย)
นายนาซิโซ รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์) นายเอส ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศสิงค์โปร์)และพันเอก(พิเศษ) ถนัด คอมันตร์(รัฐมนตรีต่างประเทศไทย)

ในเวลาต่อมาได้มีประเทศต่างๆ เข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม
(เป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2527) เวียดนาม (วันที่ 28 ก.ค. 2538)
สปป.ลาว พม่า (วันที่ 23 ก.ค. 2540)
และ กัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกล่าสุด (วันที่ 30 เม.ย. 2542)
ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ คือ

1) บรูไนดารุสซาลาม
2) ราชอาณาจักรกัมพูชา
3) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
4) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
5) มาเลเซีย
6) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
7) สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
8) สาธารณรัฐสิงคโปร์
9) ราชอาณาจักรไทย
10) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

อาเซียนจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ให้สามารถทำงานร่วมกัน
และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้อาเซียนของเรามีความร่วมมือระหว่างกันใน
ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การเกษตร อุตสาหกรรม การคมนาคม
รวมทั้งการช่วยเหลือให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับอาเซียนของเรา

ปัจจุบันนี้ อาเซียนมีประชากรจำนวน 500 กว่าล้านคนแล้ว มีพื้นที่ 4.5 ล้านตารางกิโลเมตร
ผู้คนจำนวนมากมายเหล่านี้เมื่อมารวมตัวกันเป็นครอบครัวใหญ่
ย่อมทำให้อาเซียนมีแหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ และวัตถุดิบที่มีมูลค่ามหาศาล
เป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆ ทำให้อาเซียนมีความได้เปรียบ
และสามารถค้าขายสินค้าแข่งกับประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกา
ทำให้ประชาชนมีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น

 

ธงอาเซียน

 

สัญลักษณของ์อาเซียน
คือ รูปรวงข้าว สีเหลืองบนพื้นสีแดงล้อมรอบด้วยวงกลม สีขาวและสีน้ำเงิน

                        รวงข้าว 10 ต้น หมายถึง ประเทศสมาชิก 10 ประเทศ
                        สีเหลือง หมายถึง   ความเจริญรุ่งเรือง 
                        สีแดง    หมายถึง  ความกล้าหาญและการมีพลวัติ
                        สีขาว    หมายถึง  ความบริสุทธิ์ 
                        สีน้ำเงิน หมายถึง  สันติภาพและความมั่นคง

 

 

กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter)


ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 เมื่อปี 2550 ที่ประเทศสิงค์โปร์ ผู้นำ
อาเซียนได้ลงนามใน กฎบัตรอาเซียน ซึ่งเปรียบเสมือนธรรมนูญของอาเซียนที่
จะวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้าง
องค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียน ในการดำเนินการตาม
วัตถประสงค์และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัวเป็น
ประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 (ค.ศ. 2015) ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้

โดยวัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน
คือ ทำให้อาเซียนเป็นองค์การที่มีประสิทธิภาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเคารพกฎกติกา
ในการทำงานมากขึ้น
นอกจากนี้กฎบัตรจะให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียนเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล
(Intergovernmental Organization)
กฎบัตรอาเซียน ประกอบด้วยข้อบทต่าง ๆ 13 บท 55 ข้อ มีประเด็นใหม่ที่แสดง
ความก้าวหน้าของอาเซียน ได้แก่

(1) การจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียน

(2) การให้อำนาจเลขาธิการอาเซียนสอดส่องและรายงานการทำตาม
ความตกลงของรัฐสมาชิก

(3) การจัดตั้งกลไกสำหรับการระงับข้อพิพาทต่าง ๆ ระหว่างประเทศสมาชิก

(4) การให้ผู้นำเป็นผู้ตัดสินว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อรัฐ ผู้ละเมิด
พันธกรณีตามกฎบัตรฯ อย่างร้ายแรง

(5) การเปิดช่องให้ใช้วิธีการอื่นในการตัดสินใจได้หากไม่มีฉันทามติ

(6) การส่งเสริมการปรึกษาหารือกันระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อแก้ไข
ปัญหาที่กระทบต่อผลประโยชน์ร่วม

(7) การเพิ่มบทบาทของประธานอาเซียนเพื่อให้อาเซียนสามารถ
ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

(8) การเปิดช่องทางให้อาเซียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรภาค
ประชาสังคมมากขึ้น

(9) การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เช่น ให้มีการประชุมสุดยอดอาเซียน 2 ครั้งต่อปี
จัดตั้งคณะมนตรีเพื่อประสานความร่วมมือในแต่ละ 3 เสาหลัก และการมีคณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียนที่กรุงจาการ์ตา
เพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการประชุมของอาเซียน เป็นต้น

กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 หลังจากที่ประเทศ
สมาชิกครบทั้ง 10 ประเทศ ได้ให้สัตยาบันกฎบัตร และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14
ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2552 ที่จังหวัดเพชรบุรี
เป็นการประชุมระดับผู้นำอาเซียนครั้งแรกหลังจากกฎบัตรมีผลบังคับใช้


ข้อมูลโดย: http://www.asean.moe.go.th/

 

Link ที่เกี่ยวข้อง

 

 

 


39/1 ถ.รัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรงเทพฯ 10900 
โทรศัพท์ 0-2942-6900

 
จัดทำโดย ...งานวิเทศสัมพันธ์ มจษ.